ไหว้พระ ๙ วัด นครนายก

 
ภาพที่ 1 ภาพที่ 2
 
Price 900 Bath
 

 

ทัวร์ธรรม ไหว้พระ ๙ วัด นครนายก 1 วัน ( 900 บาท/ คน)  
 
นครนายก เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลาง อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 107 กม. สันนิษฐานว่าเคยเป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดี มีหลักฐานแนวกำแพงเนินดินและสันคู อยู่ที่ตำบลดงละคร แต่ชื่อนครนากยกนั้น ปรากฏหลักฐาน ในสมัยอยุธยาเป็นเมืองหน้าด่านทาง ทิศตะวันออก สมัยพระเจ้าอู่ทอง ในปี พ.ศ. 2437 รัชกาลที่ 5 ทรงจัดลักษณะการปกครองโดยแบ่ง เป็นมณฑล นครนายกได้เข้าไปอยู่ในเขตมณฑลปราจีนบุรี จนเมื่อ พ.ศ. 2445 ทรงเลิกธรรมเนียม การมีเจ้าครองเมือง ให้มีตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดขึ้นแทน และในช่วง พ.ศ. 2486-2489 นครนายกได้โอนไปรวมกับจังหวัดปราจีนบุรี และสระบุรี หลังจากนั้นจึงแยกเป็นจังหวัดนครนายก เพียงจังหวัดเดียว
         จังหวัดนครนายกเดิมชื่อว่า "บ้านนา" เล่ากันว่าในสมัยกรุงศรีอยุธยาดินแดนของนครนายกเป็นป่ารกชัฏ เป็นที่ดอน ทำนาหรือทำการเพาะปลูกอะไรไม่ค่อยได้ผล มีไข้ป่าชุกชุม ผู้คนจึงพากันอพยพไปอยู่ที่อื่นจนกลายเป็นเมืองร้าง ต่อมาพระมหากษัตริย์ทรงทราบความเดือนร้อนของชาวเมือง จึงโปรดเกล้าฯให้ยกเลิกภาษีค่านาเพื่อจูงใจชาวเมืองให้อยู่ที่เดิม ทำให้มีผู้คนอพยพมาอยู่เพิ่มมากขึ้นจนเป็นชุมชนใหญ่ และเรียกเมืองนี้กันติดปากว่า "เมืองนายก" ภายหลังกลายเป็นจังหวัดนครนายกในปัจจุบัน นครนายกเป็นจังหวัดเล็กมีอำเภอเพียงแค่ 4 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอปากพลี อำเภอบ้านนา และอำเภอองค์รักษ์
อาณาเขต
     ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดสระบุรี และนครราชสีมา / ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดฉะเชิงเทรา
     ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดปราจีนบุรี / ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดปทุมธานี

7.00 น รับที่จุดนัดพบ ออกเดินทางไปจังหวัดนครนายก เพื่อทำบุญไหว้พระ ๙ วัด
9.00 น เดินทางถึงจังหวัดนครนายก
วัดพระฉาย (วัดเขาชะโงก)
อยู่ในบริเวณโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ต.พรหมณี อ.เมืองนครนายก  จ.นครนายก จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 305 ขับไปจนถึงหลัก กม.ที่ 67 จะพบสามแยก จ.ป.ร. ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหมายเลข 3428 ตรงไปประมาณ 11 กม.   ภายในวัดจะมีภาพเขียนติดอยู่กับชะโงกผาบนภูเขาเตี้ยๆ ประวัติเดิมเป็นอย่างไรไม่ปรากฎเล่ากันว่าสภาพเดิมเป็นภาพพระพุทธรูปรางๆ ต่อมา พ.ศ.2485 กรมแผนที่ทหารบกได้เข้าไปตั้งโรงงานหินอ่อนที่เชิงเขานี้และได้เขียนตามรอยพระพุทธรูปเดิมให้ชัดเจนขึ้น ถือว่า เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งของนครนายก
วัดบุหย่อง
ตั้งอยู่ที่ ต เขาพระ ตำบลเขาพระ อำเภอเมืองนครนายก เดิมชื่อว่าวัดหมูย่อง เนื่องจากบริเวณชุมชนที่ตั้งวัด
ในอดีต เป็นป่าและมีหมูป่าอาศัยอยู่มากมาย ต่อมาการเรียกชื่อวัดถูกเพี้ยนไป กลายเป็นวัดบุหย่อง ปัจจุบัน
 มีพระครูรัตนคุโนภาส เป็นเจ้าอาวาสวัด มีพระภิกษุ 10 รูป ภายในวัดมีวิหารหลวงปู่โต พรหมรังสี
 (รูปเหมือน) และวิหารเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งมีประชาชนที่ศรัทธาได้มาสร้างไว้ เป็นสถานที่กราบไว้บูชา
วัดวังไทร
ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอ เมือง  จังหวัดนครนายก   มีเนื้อที่ 11 ไร่ 3 งาน ตั้งเมื่อปี พ.ศ.2460  ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ.2540 อาคารเสนาสนะประกอบด้วย อุโบสถ ศาลาการเปรียญ สร้างเมื่อ พ.ศ.2513 มีพระครูกมลธรรมรัตน์ เป็นเจ้าอาวาสวัดและเจ้าคณะตำบลเขาพระ มีพระภิกษุ 9 รูป มีพระสอนศีลธรรม 2 รูป โดยสอนที่โรงเรียนวัดวังไทร ภายในวัดมีหลวงพ่อนิมิต ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองเหลือง สร้างเมื่อปี พ.ศ.2456 โดย นายโป๊ก ง่วนเฮง
วัดบุญนาครักขิตาราม (วัดต่ำ)
อยู่ที่ ต.นครนายก อ.เมือง จ.นครนายก เดิมชื่อว่าวัดต่ำ สันนิษฐานว่าตั้งชื่อวัดตามชื่อหมู่บ้าน วัดแห่งนี้สร้างมาประมาณ 200 ปี สิ่งสำคัญภายในวัดที่เป็นของเก่าแก่มีพระพุทธรูปปางสุโขทัย และพระมาลัย เนื้อโลหะ อีกทั้งยังมีเครื่องลายครามอีกจำนวน หนึ่งพอเป็นเครื่องยืนยันว่าเป็นวัดที่สร้างมานานแล้ว มีหลวงพ่อเศียรนคร ประดิษฐานอยู่เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เลื่อมใส ศรัทธาของชาวจังหวัดนครนายก หลวงพ่อเศียรนคร เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ขนาดหน้าตักกว้าง ๑๗๗ เซนติเมตร องค์พระสูง ๒๑๙ เซนติเมตร ฐานพระสูง ๓๕ เซนติเมตร สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยพระร่วง ขุดพบเมื่อ พ.ศ. 2495 ณ บริเวณโรงกลั่น สุราจังหวัดนครนายก ซึ่งตั้งอยู่ใกล้วัดนางหงษ์ ตำบลท่าช้าง อำเภอเมืองนครนายก โดยขุดพบแต่เศียร ไม่มีองค์ และได้ นำไปไว้ที่โรงเรียนนกยกพิทยา (ปัจจุบันยุบไปแล้ว) ต่อมาได้นำไปประดิษฐานไว้ที่วัดบุญนาครักขิตาราม ต่อมาในปี พ.ศ. 2511 นางผล รอดอุไร มีศรัทธาสร้างองค์พระและอุโบสถถวาย จึงได้ถวายพระพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า "หลวงพ่อ เศียรนคร"
วัดใหญ่ทักขิณาราม
วัดใหญ่ทักขิณาราม ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านใหญ่ ริมแม่น้ำนครนายก จากตัวเมืองเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 3049 แล้วเลี้ยวขวาเข้าบ้านใหญ่ วัดใหญ่ทักขิณารามเป็นวัดเก่าแก่ กล่าวกันว่าชาวเวียงจันทน์ ได้อพยพมาเมื่อครั้งเกิดสงครามลาวกับฝรั่งเศส ชาวเวียงจันทน์แพ้สงครามจึง อพยพลงมาทางใต้ และมีกลุ่มหนึ่งมาตั้งหลักแหล่งอยู่ในเขตอำเภอเมืองนครนายก เรียกว่า “บ้านใหญ่ลาว” และได้สร้างวัดขึ้นในปี พ.ศ. ๒๓๒๓ เรียกว่า “วัดใหญ่ลาว” ในปี ๒๔๘๔ ได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดใหญ่ทักขิณาราม สิ่งที่สำคัญในวัดคือ พระอุโบสถซึ่งมีขนาดกว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๐.๑๕ เมตร สูง ๑๐ เมตร มีกำแพงแก้วล้อมรอบสร้างโดยช่างชาวเวียงจันทน์ ลักษณะพระอุโบสถเป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้อง ก่ออิฐถือปูน บานประตูเป็นไม้แกะสลักกรอบด้านขวามือเป็นรูปยักษ์ถือกระบองชูขึ้น และเท้าบั้นเอว หน้าบันเป็นไม้แกะสลักรูปเทพพนมกำแพงแก้วมีซุ้มประตูโค้งเลียนแบบศิลปะตะวันออก มีทหารสวมหมวกแต่งกายแบบยุโรปถือกระบองเป็นทวารบาลด้านละ ๒ คน ปกติโบสถ์ไม่เปิดถ้าประสงค์จะเข้าชมติดต่อขออนุญาตได้ที่เจ้าอาวาส
วัดพราหม์มณี 
ตั้งอยู่ที่ถนนสาริกา - นางรอง หลักกิโลเมตรที่ 4  ต. สาริกา  อ.เมือง จ.นครนายกสร้างขึ้นในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ.2446 ปัจจุบันนี้มีอายุ 100 กว่าปีแล้ว
 วัดพราหม์มณี มีพระประธานศักดิ์สิทธิ์ ที่เป็นที่เคารพนับถือกันอย่างกว้างขวาง มีชื่อว่า "หลวงพ่อปากแดง" เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ สร้างด้วยโลหะสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้าง 49 นิ้ว สูง 1 เมตร เป็นศิลปะสมัยล้านช้าง จีวรเป็นลายดอกพิกุล พระโอษฐ์แย้มทาสีแดงเห็นชัด ชาวบ้านจึงเรียกว่า "หลวงพ่อปากแดง" พระครูโสภณพรหมคุณ หรือ หลวงพ่อตึ๋ง เจ้าอาวาสวัดพราหมณี เล่าว่า ตำนานเชื่อกันว่าหลวงพ่อปากแดง เป็นพระพุทธรูปพี่น้องกับหลวงพ่อพระสุก และหลวงพ่อพระใส ที่ประดิษฐานอยู่ที่ จ.หนองคาย ในปัจจุบัน
 ซึ่งหลังจากที่ได้อัญเชิญมาจากนครเวียงจันทน์ พอมาถึงประเทศไทย ชาวบ้านได้แยกย้ายไปตามวัดต่างๆ ส่วนหลวงพ่อปากแดงนั้น ถูกชาวบ้านอัญเชิญและนำมาหยุดพักยังพื้นที่ว่างบริเวณที่เป็นวัดพราหมณี ปัจจุบันนี้ จากนั้นก็ลงมือสร้างวัดแล้วก็อัญเชิญองค์หลวงพ่อขึ้นเป็นพระประธานในพระ อุโบสถ
ซึ่งต่อมา หลวงพ่อปากแดงก็กลายมาเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของชาว จ.นครนายกจนทุกวันนี้
วัดคีรีวัน
ตั้งอยู่ที่ตำบลตำบลศรีนาวา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายกห่างจากตัวเมืองประมาณ 9กิโลเมตร เป็นวัดเก่าแก่ มีพระแก้วมรกตองค์จำลองขนาดใหญ่ทำจากเรซินองค์พระแก้วจำลองมีเนื้อเป็นเรซิ่น ขนาดหน้าตักกว้าง 49นิ้ว สูง 32.9 นิ้ว หนัก 1ตัน และมีเครื่องทรงครบทั้ง 3ฤดู ประดับตกแต่งด้วยเพชรแท้ 7กะรัต พลอยแท้2,000กว่าเม็ด และทับทิมประดิษฐานอยู่ที่พระวิหารบนยอดเขา ในสมัยก่อนวัดนี้เคยอยู่กลางทุ่งมาก่อน และได้ย้ายวัดไปอยู่ที่เขากระเหรี่ยง เดิมชื่อ วัดสว่างอารมณ์ ต่อมาวัดนี้จึงได้ย้ายไปอยู่ที่ภูเขาแห่งใหม่ และตั้งชื่อวัดใหม่ว่า วัดคีรีวัน   มีเจ้าอาวาสชื่อ พระครูคีรีวนานุกุลโอภาโส หรือ หลวงพ่อรี 
วัดท่าข่อย
 ตั้งเมื่อ พ.ศ.2370   บนเนื้อที่ 12 ไร่ 3 งาน 6 ตารางวา ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ.2529 มีอาคารเสนาสนะประกอบด้วย อุโบสถ สร้างเมื่อ พ.ศ.2529 ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ จำนวน 6 หลัง ศาลาเอนกประสงค์ สร้างเมื่อ พ.ศ.2543   ศาลาบำเพ็ญกุศล จำนวน 2 หลัง ปูชนีย์วัตถุ มีพระพุทธรูปสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เป็นพระประธานในอุโบสถหลังเก่า ไม่ปรากฏวันเดือนปี ที่สร้างและเจดีย์ย่อมุม 12 ขนาดเล็ก มีโรงเรียนประถมศึกษาตั้งอยู่ในที่ดินของวัด เนื้อที่ 2 ไร่ 
วัดถ้ำสาริกา 
 ถ้ำสาริกา ตั้งอยู่บนภูเขาลูกเล็กๆ ภายในวัดถ้ำสาลิกา  อ.เมือง จ.นครนายก ตั้งอยู่บนเส้นทางที่มุ่งสู่
น้ำตกสาริกาโดยถ้ำอยู่ก่อนถึงน้ำตกสาริกา ประมาณ 3 กิโลเมตรมีลักษณะเป็นเพิงหินเล็กๆ ภายใต้ก้อนหินขนาดใหญ่ลึกเข้าไปในหินประมาณ 3 เมตรไม่มีหินงอกหินย้อยด้านในถ้ำประดิษฐานรูปหล่อหลวงปู่มั่น ขนาดเล็กกว่าองค์จริงเล็กน้อย ด้านบนหินมีต้นไทรต้นใหญ่แพร่รากคอบคลุมหินก้อนนี้อยู่ ปัจจุบันทางวัดได้สร้างศาลาคอนกรีตถาวร คลุมบริเวณหน้าถ้ำไว้ เพื่อสะดวกในการมาสักการะและปฏิบัติธรรมร่มเย็นดีมาก ภายในบริเวณวัดเป็นภูเขา ลักษณะสภาพป่าเขาและตบแต่งภูมิทัศน์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ มีกุฏิหลังน้อยๆ ซ้อนตัวกลมกลืนกับธรรมชาติอยู่หลายหลัง เหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรมเป็นอย่างยิ่ง ก่อนที่จะถึงถ้ำสาลิกา จะเป็นมณฑปและเรือนพระธาตุ ภายในมณฑปประดิษฐานรูปหล่อยืนหลวงปู่มั่นขนาดใหญ่ ส่วนเรือนพระธาตุจัดแสดงพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุพระอรหันต์และยังมีอุโบสถขนาดเล็ก อยู่บนยอดเขาอีกด้วย  
พุทธสถานจีเต็กลิ้ม
 พุทธสถาน จี เต็ก ลิ้ม เป็นศูนย์ส่งเสริม พระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรมไทย จีน พุทธสถาน จีเต็กลิ้ม ต.ศรีจุฬา อ.เมือง จ.นครนายก มีเนื้อที่ 250 ไร่ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2547 จากกรุงเทพฯ ตรงไปตามถนน องค์รักษ์นครนายก ประมาณ 100 กิโลเมตร จะพบกับพุทธสถานแห่งนี้ชื่อตามแบบ ภาษาจีนแต้จิ๋วว่า จี เต็กลิ้ม พุทธสถานแห่งนี้ได้สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมจีน และตามความคติความเชื่อของมหายานโดยใช้หลัก ฮวงจุ้ย เป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้าแห่งโชคลาภ (ไฉ่ซิ้งเอี๊ย) ปางมหาเศรษฐีชัมภล ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แล้วยังมีเทพเจ้าอีกหลายองค์ เช่น เทพเจ้าเฮงเจีย เจ้าพ่อกวนอู เจ้าพ่อเสือ พระโพธิสัตว์กวนอิม สูง 9 เมตร พระไภสัชยคุรุพุทธเจ้า ท้าวจตุโลกบาล ทั้ง 4
 
17.00    เดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิ์ภาพ
 
อัตราค่าบริการ   ผู้ใหญ่      900 บาท / คน (อย่างน้อย 8 คนขึ้นไป)
                              เด็ก            600 บาท / คน (อายุ 4-10 ปี)
 
ค่าใช้จ่ายนี้รวม :
- ค่ารถตู้ปรับอากาศ
- ค่าอาหารกลางวัน
 - ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ
- ค่าประกันอุบัติเหตุ
- มัคคุเทศก์นำเที่ยวตลอดทาง
 
การสำรองที่นั่ง
โอนเงินชื่อบัญชี บริษัท ออล ไดเรคชั่น ทัวร์ จำกัด ธนาคาร กสิกรไทย สาขา แฟชั่นไอส์แลนด์ บัญชี
ออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 720-2-10597-8 โทรศัพท์ 02-917-6267 โทรสาร 02-917-6199 มือถือ 081-641-4706